BioCellProducts.com


คำถามที่พบบ่อย
 

 
 


 
 
  1. Biomolecular Therapy คืออะไร ?
  2. ใครเป็นคนริเริ่มการรักษาวิธีนี้?
  3. Biomolecular therapy ยังเป็นการทดลองอยู่ใช่หรือไม่?
  4. Cell ของร่างกายสามารถซ่อมแซมได้จริงหรือ?
  5. Biomolecular Therapy มีการแพ้หรือไม่
  6. Biomolecular Therapy ควรใช้เมื่อไร?
  7. วิทยาการการแพทย์ชีวโมเลกุลได้นำมาใช้กับกลุ่มผู้ป่วยดังต่อไปนี้:
  8. มีการกำหนดอายุของผู้ที่จะเข้ารับการรักษาหรือไม่?
  9. Biomolecular Therapy สามารถรักษาได้ทุกโรคหรือไม่
 
     
 

1. Biomolecular Therapy คืออะไร ?
หลักการของ Biomolecular Therapy คือ การซ่อมแซมเซลล์ด้วย Xenogenic Peptide ซึ่งเป็นโปรตีนที่อยู่ภายใน Cytoplasm ของเซลล์ กล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า เป็นการรักษาโรคที่ต้นเหตุคือ โดยการซ่อมแซม Cell ที่เสื่อมสภาพด้วยการใช้สาร Biomolecule ที่สกัดจาก Cellนั้นๆ


[to top]

2. ใครเป็นคนริเริ่มการรักษาวิธีนี้?
ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 70 ปีที่แล้ว ศาสตราจารย์นายแพทย์ Paul Niehans (ค.ศ. 1931) ศัลยแพทย์ชาวสวิส ได้เป็นผู้ค้นพบวิธีการรักษาด้วยเซลล์ที่มีชีวิตอยู่ Dr. Niehans เป็นศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญทางระบบต่อมไร้ท่อ และได้ศึกษาวิธีปลูกถ่ายต่อมไร้ท่อ มาเป็นเวลาหลายปี ในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1931 Dr. Niehans ได้รับคนไข้ฉุกเฉินคนหนึ่ง ซึ่งมีอาการ กล้ามเนื้อชักเกร็ง เนื่องจากเธอถูกทำลายต่อม parathyroid จากการผ่าตัด

เนื่องจากเป็นภาวะฉุกเฉินและไม่สามารถทำ Endocrine transplant ได้ทันที Dr. Niehan จึงตัดสินใจ นำ parathyroid gland จากสัตว์ มาบดในน้ำเกลือ แล้วนำน้ำที่ได้ฉีดเข้ากล้าม โดยทำภายในเวลาไม่เกิน 4 ชั่วโมงนับจากนำต่อมพาราไทรอยด์ออกจากสัตว์ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นการใช้เซลล์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ในที่สุดผู้ป่วยหายจากการชักเกร็ง ตั้งแต่วันนั้น และต่อมาอีก 25 ปีหลังจากนั้น

ตั้งแต่นั้นมา การรักษาด้วย Living Cell จึงได้มีการศึกษากันอย่างแพร่หลายทั่วยุโรป โดยเฉพาะที่ประเทศเยอรมัน และเมื่อองค์การอาหารและยาของประเทศเยอรมัน ให้การรับรองการรักษานี้แล้ว ก็ได้มีผู้ป่วยคนสำคัญๆ ได้รับอานิสงส์จากความสำเร็จของ Living Cell Therapy มากมายทั้งจากในยุโรปเอง และจากสหรัฐอเมริกาก็ได้เดินทางมารับการรักษาที่ Sanatorium ในเยอรมันหลายท่าน เช่น ประธานาธิบดี Konrad ADENAUER, Theodor HEUSS, POPE PIUS XXII, Winston CHURCHILL, Chale DE GAULLE, Dwight D. EISENHOWER, Charles CHAPLIN, สมเด็จพระจักรพรรด์ญี่ปุ่น กษัตริย์ Morocco, กษัตริย์ ซาอุดิอาราเบีย กษัตริย์เยเมน และบุคคลสำคัญอื่นๆอีกหลายคน

ส่วนการรักษาที่เรียกว่า Biomolecular Therapy นั้น ก็ได้พัฒนามาจาก Living Cell Therapy ของ Dr. Niehan นั่นเอง เนื่องจากการรักษาด้วยวิธี Living Cell Therapy นับว่ายุ่งยากมากและต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมากจนคนธรรมดาแทบจะไม่มีโอกาสได้รับการรักษา เพราะ Cell ทุก Cell ต้องผ่านการควบคุมคุณภาพจากรัฐบาลว่าปกติและปลอดภัยจากเชื้อ ตาม Standardของ Transplantationทุกประการ

เป็นที่น่ายินดีว่า ปัจจุบันนี้แม้คนธรรมดาที่ไม่ได้มีชื่อเสียงและไม่ได้มีเงินทองมากมาย ก็ไม่ต้องท้อแท้ใจว่าจะไม่มีโอกาสได้รับการรักษาด้วยวิธีซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าได้ผลดีมากกับแม้กระทั่งโรคที่สิ้นหวังแล้ว ทั้งนี้เพราะ ศาสตราจารย์นายแพทย์ Karl THEURER ได้พัฒนา Biomolecular Therapyขึ้น

THEURER เชื่อว่าความสำเร็จของ Fresh Cell Transplantation มิได้เกิดจาก Cell โดยตรง แต่เกิดจาก activity ของ molecule ต่างๆ ที่อยู่ภายในเซลล์ และเพื่อที่จะขจัดความกลัวของแพทย์ทั่วๆ ไปที่เกรงว่า Fresh Cell Transplant อาจก่อให้เกิด severe allergic reaction หรือ immune sensitization ที่รุนแรง (ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การแพ้ไม่เคยเกิดกับ Cell Therapy) ดังนั้น ภายหลังจากการการศึกษาและทดลองอย่างหนัก THEURER จึงพัฒนาวิธีการรักษาสภาพของ molecular cell component ได้สำเร็จโดยวิธี Acid-vapour-lysis ต่อ Lyopphylized organ powderในสุญญากาศซึ่งวิธีการนี้ได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ ไม่สามารถทำเลียนแบบได้

การนำเซลล์มาทำ Lyophylized นอกจากจะทำลายเชื้อทุกชนิดแล้ว จะทำให้เซลล์สูญเสียลักษณะเฉพาะทาง สปีชี่ส์ของเซลล์ กล่าวคือระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม แต่ยังคงสภาพทางด้านความจำเพาะเจาะจงต่ออวัยวะไว้อยู่อย่างครบถ้วน กล่าวคือ Lyophylized ที่ได้จาก cell ของอวัยวะหนึ่ง ก็จะไปรักษาอวัยวะนั้นๆ อย่างจำเพาะเจาะจง ทำให้นอกจากได้ผลในการรักษาแล้วยังปลอดภัยมากๆอีกด้วย


[to top]

3. Biomolecular therapy ยังเป็นการทดลองอยู่ใช่หรือไม่?
พัฒนาการของ Biomolecular Therapy ได้ผ่านทั้ง 3 Phase มาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ การวิจัยและรวบรวมหลักฐานสนับสนุนทฤษฎีนี้จากห้องทดลอง, การทดลองกับสัตว์ และการทดลองทางคลีนิคเพื่อสรุปผลทั้งหมด จนนำมาสู่การใช้ในทางการแพทย์ในปัจจุบัน โดยได้รับการรับรองจากรัฐบาลเยอรมันให้ใช้เป็นยารักษาโรคได้ มาเป็นเวลากว่า 40 ปีมาแล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้อยู่ในระยะทดลองแต่อย่างใด ปัจจุบันได้มีการผลิตยารักษาโรคทั้งที่เป็นเม็ด เป็นแคปซูล และยาฉีด ซึ่งสกัดจาก Biomolecule ใน Cell ต่างๆ เพื่อรักษาโรคต่างๆ จำนวนมากกว่า 100 ประเภท มีการจัดประชุมทางวิชาการว่าด้วย Biomolecular Therapy ทุกๆ สัปดาห์เพื่อพัฒนาวิธีการบริหารยาให้ได้ผลสูงสุดและรักษาโรคได้ดีที่สุด


[to top]

4. Cell ของร่างกายสามารถซ่อมแซมได้จริงหรือ?
Cell ต่างๆ ในร่างกายมนุษย์มีการแบ่งตัวเพื่อสร้าง Cell ใหม่ทดแทนอยู่ตลอดเวลา โดยอาศัย Cell เก่าเป็นต้นแบบ โครงสร้างโมเลกุลที่อยู่ภายในเซลล์มีความสำคัญอย่างมากต่อการซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ หากจะเปรียบเทียบการซ่อมแซมเซลล์กับการปั้มตรายาง คุณภาพของงานพิมพ์ตรายางจะขึ้นอยู่กับ 2 ส่วนคือ ตรายาง กับแป้นหมึก หากตรายางเสียหายไปจากโรคภัยไข้เจ็บ หรือจากความชรา ก็ย่อมทำให้งานพิมพ์ออกมามีความบกพร่อง หรือแม้ตรายางปกติดีแต่แป้นหมึกแห้งก็ย่อมจะทำให้งานพิมพ์ตรายางนั้นด้อยคุณภาพ

Biomolecular Therapy ได้รับการพิสูจน์จากห้องปฏิบัติการมาแล้วนับไม่ถ้วน ว่าช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอและเสียหายให้ดีขึ้น เปรียบเหมือนกับทำให้ตรายางและแป้นหมึกมีคุณภาพดีขึ้นใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ยังพบว่า ตามปกติวงจรชีวิตของ เซลล์มนุษย์ทั่วไปมีการแบ่งตัวราว 50-60 ครั้ง Biomolecular therapy ช่วยเพิ่มการแบ่งตัวของ Human Cell มากเพิ่มขึ้นไปกว่าเดิมอีก 4-6 ครั้ง ซึ่งก็หมายความว่าทำให้อายุมนุษย์ยืนยาวขึ้นและแข็งแรงขึ้น


[to top]

5. Biomolecular Therapy มีการแพ้หรือไม่
ความสำเร็จของ Biomolecular therapy ประการหนึ่งคือ ปราศจากการแพ้โดยสิ้นเชิง เนื่องจากภูมิคุ้มกันของร่างกาย สามารถจดจำเนื้อเยื่อแปลกปลอมได้ก็เฉพาะเมื่อเป็น Cell ทั้ง Cell ร่วมกับเนื้อเยื้อองค์ประกอบ แต่ Biomolecular Therapy มิได้มีเซลล์หลงเหลืออยู่อีกต่อไป นำเอาเพียงสารภายในเซลล์มาใช้ ซึ่งยังคงมีผลในการรักษา Cell อย่างจำเพาะเจาะจงต่ออวัยวะแต่ภูมิคุ้มกันไม่สามารถจดจำได้ว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมจึงไม่มีการต่อต้านเกิดขึ้น


[to top]

6. Biomolecular Therapy ควรใช้เมื่อไร?
ปัจจุบันการรักษาด้วย Biomolecular Therapy ครอบคลุมถึงโรคต่างๆมากขึ้นเช่น

1.เพื่อการฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ของร่างกายซึ่งเสื่อมสภาพจากอายุหรือจากอุบัติเหตุ

2.โรคภัยไข้เจ็บที่มีผลทำลายอวัยวะ ต่างๆ เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด ม้าม ลำไส้ กระเพาะอาหาร สมอง ดวงตา กล้ามเนื้อ กระดูก ฯลฯ หรืออาจกล่าวได้ว่า ทุกๆอวัยวะยังมีทางที่จะฟื้นฟูและซ่อมแซมอยู่

3.โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันภูมิแพ้

4.โรคพัฒนาการทางสมองผิดปกติในเด็ก

5.ใช้เป็นวิธีรักษาร่วม ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งจะทำให้มะเร็งเล็กลง และผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ภูมิคุ้มกันสูงขึ้นอวัยวะภายในต่างๆทำงานได้ดีขึ้น


[to top]

7. วิทยาการการแพทย์ชีวโมเลกุลได้นำมาใช้กับกลุ่มผู้ป่วยดังต่อไปนี้:
โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำ ภูมิแพ้ รูมาตอยด์ กระดูกเสื่อม ข้อเสื่อม โรคไต ความพิการทางสมอง ระบบประสาทถูกทำลาย โรคเครียด โรคตับ โรคสมองเติบโตช้าในเด็ก Mental Retardation Autism โรค เลือด โรคฟัน โรคของตับอ่อน ต้อหิน ต้อกระจก ภูมิคุ้มกันต่ำ ภูมิคุ้มกันไวเกิน โรคหู โรคตา โรคความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ ภาวะมีบุตรยาก โรคผิวหนัง สิวหัวช้าง Peripheral Vascular Disease (Raynaud's syndrome) โรค Parkinsonโรคแผลกระเพาะอาหาร เป็นต้น


[to top]

8. มีการกำหนดอายุของผู้ที่จะเข้ารับการรักษาหรือไม่?
ในทางปฏิบัติคือ ไม่มี แม้กระทั่งเด็กอายุ 4 เดือนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น Mongolism หรือ สมองได้รับความกระทบกระเทือนในระหว่างการคลอด และการพัฒนาการ ไปจนกระทั่งผู้สูงอายุที่เกิน 90 ปีขึ้นไป ก็สามารถรักษาได้ด้วย Biomocular Therapy หากมีโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของเซลล์ความเสียหายของเซลล์จากสาเหตุต่างๆ


[to top]

9. Biomolecular Therapy สามารถรักษาได้ทุกโรคหรือไม่
ไม่แน่นอน การรักษาทุกประเภทย่อมมีข้อบ่งชี้ จากประสบการณ์ของการรักษาด้วย Biomolecular Therapy มานานกว่า 40 ปีทำให้เราสามารถกำหนดข้อบ่งชี้ในการรักษาด้วย Biomolecular Therapyได้อย่างเป็นระบบและมีหลักการ

การตรวจร่างกายทั้งระบบ รวมถึงการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการตรวจการทำงานของหัวใจและการไหลเวียนโลหิตอย่างละเอียด จะใช้ในการตัดสินใจว่าผู้ป่วยสมควรเข้ารับการรักษาด้วย Biomolecular Therapyอย่างไรบ้าง

หลักการของ Biomolecular Therapy คือ การซ่อมแซมเซลล์ด้วย Xenogenic Peptide ซึ่งเป็นโปรตีนที่อยู่ภายใน Cytoplasm ของเซลล์ กล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า เป็นการรักษาโรคที่ต้นเหตุคือ โดยการซ่อมแซม Cell ที่เสื่อมสภาพด้วยการใช้สาร Biomolecule ที่สกัดจาก Cellนั้นๆ


[to top]

 

วันนี้ 18 คน

เมื่อวาน 17 คน

เดือนนี้ 431 คน

ทั้งหมด 121451 คน

biotherapycenter.com  ติดตามพัสดุ

บริษัทเวิลด์เมด โปรดักส์ จำกัด เลขที่ 45 ซอยพุทธบูชา5 แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม.
โทร 02-8740980-4 , 086-5096666 , 092-2471128
Fax. 02-4284312
Copyright @ 2016 By BioCellProducts.com